วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ลดน้ำหนักอย่างไรให้ได้ผล


 หลายคนที่ลดน้ำหนักประสบความสำเร็จนั้นอาจต้องใช้เวลาและความอดทน เพื่อให้ได้น้ำหนักที่ต้องการวันนี้เรามาเสอนวิธีที่ช่วยลดน้ำหนักอย่างได้ผลและมีประสิทธิภาพ
ขั้นตอนที่ 1  ตั้งเป้าหมาย
    การจะลดน้ำหนักให้ประสบความสำเร็จนั้นอันดับแรกคือการตั้งเป้าว่าเราจะลดน้ำหนักเท่าไหร่ ซึ่งระยะเริ่มต้นในการลดน้ำหนักควรตั้งเป้าหมายที่ไม่เยอะมากและไม่ใช้ระยะเวลานานจนเกินไป เช่น จะลดน้ำหนัก 3 กิโลกรัมภายใน 1 เดือน  ซึ่งการลดน้ำหนักที่ไม่ให้ร่างกายได้ผลกระทบควรลดไม่เกินอาทิตย์ละ 0.2-0.9 กิโลกรัม และลดน้ำหนักลงประมาณ 10% ของน้ำหนักตัวในระยะเวลา 6 เดือน

ขั้นตอนที่ 2 จัดโปรแกรมการกิน
   การลดน้ำหนักให้ได้ผลคือการคำนวนแครอรี่ใน 1 วัน เพราะฉะนั้นเราต้องจดบันทึกการรับประทานอาหารของเราให้ละเอียด และ น้ำอาหารในแต่ละมื้อมาคำนวณแครอรี่ จะทำให้เรารู้นิสัยการกินอาหารของเราเป็นอย่างไร  เพื่อจะได้มาปรับพฤติกรรมให้เหมาะสมกับเป้าหมายที่เราตั้งไว้

ขั้นตอนที่ 3 โปรแกรมการออกกำลังกาย
 การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญเพื่อช่วยในการเผาผลาญพลังงานงานส่วนเกินที่เรารับประทานเข้าไป โดยการออกกำลังกายไม่จำเป็นต้อง เข้าพิตเนสราคาแพง หรือใช้พื้นที่เยอะ เราสามารถประยุกต์การออกกำลังกายได้ เช่น ทำงานไม่ค่อยมีเวลา อาจกำหนดให้ออกกำลังกายก่อนนอน ท่าออกกำลัง อาจเป็นการวิดพื้น + สก็ตจั้ม แต่ที่สำคัญต้องออกกำลังกายไม่ต่ำกว่า 30 นาที เพราะกว่าที่ร่างกายจะดึงไขมันสะสมมาเผาผลาญก็เมื่อเราออกกำลังกายยไปแล้วประมาณ 20 นาที  เพราะฉะนั้น 20 นาทีแรกไม่ควรเร่ง แต่มาเร่งใน 10 นาทีหลัง จะทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้มากกว่า

ขั้นตอนที่ 4 วัดผล
  เมื่อเรากำหนดเป้าหมายในการลดน้ำหนักแล้วถึงครบกำหนดเรามาดูว่าเราสามารถทำตามเป้าหมายในการลดน้ำหนักได้หรือไม่ เพื่อนำไปปรับปรุงโปรแกรมการรับประทานอาหาร และการออกกำลังกาย เพื่อให้ได้ผลสูงที่สุด

นอกจากทั้ง 4 ข้อที่กล่าวมาแล้ว การใช้ตัวช่วยโดยการรับประทานในการลดน้ำหนัก ก็สามารถทำได้ โดยอาหารเสริมที่ช่วยในการลดน้ำหนัก ควรเป็นสารที่สกัดจากธรรมชาติ เช่น ถ้วขาว มะขามป้อม กระบองเพชร ชาเขียว หรือ ส้มแขก ซึ่งการใช้สารสกัดจากธรรมชาติจะช่วยเสริม

คาร์บีบ๊อก มีส่วนผสมของสารสกัดจากมะขามป้อม สารสะกัดจากถั่วขาว และ สารสกัดจากกระบองเพรช ซึ่งช่วยให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพได้ผล นอกจากนี้คาร์บีบ๊อกยังช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ถ้ารับประทานควบคู่กับการควบคุมอาหารและออกกำลังกายจะเห็นผลในการลดน้ำหนักเร็วมาก

การลดน้ำหนัก จากที่เราตั้งโปรแกรมไว้ให้ถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น

บทความจาก http://www.shopachi.com/product/98/คาร์บีบ๊อก-อาหารเสริมลดน้ำหนัก

วันพุธที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ลดน้ำหนักเร็วกว่าเดิม ด้วยขั้นตอนง่าย ให้ได้ดั่งใจ อยากลดเท่าไหร่ มาใช้เทคนิคนี้กัน


                การออกกำลังกายนั้นเป็นสิ่งที่ดีครับ การลดความอ้วนก็เป็นสิ่งที่ดี แต่จะลดยังไงให้ได้เป้าหมายตามที่เราต้องการเช่นอยากลด 2กิโลใน 1วัน จะทำได้ยังไงกัน มาดูกันเลยครับ วันนี้เรา mezoมีเทคนิคพิเศษที่จะช่วยคุณลดน้ำหนักให้เร็วขึ้น ไวขึ้นตามใจที่คุณต้องการ เริ่มจากก่อนไปออกกกำลังกายควรทานอาหารก่อนไปซักนิด โดยทานอาหารเบาๆพอนะครับ เช่น สลัด สเต็ก ผลไม้ เป็นต้น
                จากนั้นให้คุณเริ่มออกกำลังกาย ด้วยการเต้นเลยครับ ขาแด๊นซ์ที่ชอบออกเที่ยวยามค่ำคืนให้เอาการเต้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์นิดนึง เต้นท่าใดก็ได้ซัก 1ชั่วโมง ติดต่อกัน รับรองว่า 3วันลดได้ 3กิโลแน่นอน ต่อไปการวิ่งเป็นสิ่งที่สามารถลดความอ้วนได้จริงๆครับ หลายๆคนวิ่งไม่ค่อยไหว เนื่องจากเหนื่อยง่าย แต่การวิ่งบนลู่วิ่งนี่สามารถช่วยคุณได้จริงๆนะครับ มันดีกว่าการวิ่งธรรมดา จริงๆ นอกจากนี้ลองหันมาวิ่งถอยหลังดูบ้างก็ดีครับ มันช่วยเพิ่มแรงโน้มถ่วงให้ร่างกายทำงานหนักขึ้น ดังนั้นวิ่งวันละ 45นาที ลดน้ำหนัก 3วัน 2กิโลได้แน่นอนครับ

                วิธีลดความอ้วน ต่อมาการยกเวทและการออกกำลังด้วยคาร์ดิโอ้ กำลังเป็นที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับการออกกำลังกายแบบนี้ ไม่วาจะยกเวทหรือเล่นคาร์ดิโอ้ก่อน ก็สามารถเผาผลาญได้ทั้งนั้น เพียงแต่ว่าให้คุณยกเวท 30นาที และคาร์ดิโอ้ต่อ 30นาที แค่นี้หุ่นดีๆ ไขมัน 2กิโลก็หายไปใน 3วันแน่นอน

ลดน้ำหนักสไตล์ดารา ภายใน 7วัน แบบที่ไม่ต้องพึ่งยาลดความอ้วนแม้แต่น้อย


                ลดน้ำหนักสไตล์ดารา ภายใน 7วัน แบบที่ไม่ต้องพึ่งยาลดความอ้วนแม้แต่น้อย โดยสูตรนี้เป็นสูตรที่เห็นผลได้ตั้งแต่วันแรกที่ทานเลยทีเดียว โดยจะลดวันละครึ่งกิโลกรัม วันที่หนึ่งให้ทานข้าวกับไข่ต้มในมื้อเช้า กลางวันให้กินเกาเหลาลูกชิ้นพิเศษผักไม่ต้องกินข้าว ส่วนตอนเย็นให้กินสับปะรดให้อิ่ม วันที่สอง ให้ทานน้ำส้มคั้นสดในตอนเช้าจนอิ่มท้อง ส่วนกลางวันให้ทานปลา ปลาอะไรก็ได้ แค่นึ่งหรือย่างพอ เช่น ปลาซาบะ ปลาทับทิม ปลาทู ปลาแซลมอนเป็นต้น ส่วนมื้อเย็นให้กินนมจืดจนกว่าจะอิ่ม ความจริงกล่องเดียวก็อิ่มแล้วครับ
                ต่อมาวันที่สาม เช้ามาให้ทานน้ำผลไม้คั้นสด วิธีลดความอ้วนกลางวันไปทานสลัดผักด้วยน้ำสลัดแบบใส แล้วตามด้วยไก่ย่างนิดหน่อยให้อยู่ท้อง ส่วนมื้อเย็น ก็ทานสลัดอีกสักมื้อ วันที่สี่เช้ามาให้ทานน้ำผลไม้เย็นๆให้ชื่นใจ กลางวันก็ไปทานอาหารอีสานอย่างส้มตำไก่ย่าง เน้นเผ็ดๆ ส่วนมื้อเย็นก็ทานแค่โยเกิร์ตเบาๆ

                วันที่ห้า ตื่นมาก็ให้ทานโยเกิร์ตเป็นมื้อเช้า แล้วจัดเกาเหลามาหนึ่งชามในตอนเที่ยง จากนั้นมื้อเย็นก็ให้กินสับปะรดสด วันที่หกคั้นผลไม้สดทานเองในตอนเช้า แล้วกินไข่ต้มในตอนกลางวัน จากนั้นมื้อเย็นก็กินแค่โยเกิร์ตยี่ห้อที่ชอบ วันที่เจ็ด วันสุดท้าย กินโยเกิร์ตในตอนเช้าแล้ว กินไข่ต้มมื้อกลางวัน จากนั้นก็ทานสลัดยามดินเนอร์ ภายใน 7วัน น้หนักคุณจะลดไป 4กิโลกรัมแน่นอน

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

วิธีลดต้นขา ด้วย ถุงน่องขาเรียว Top slim

        วิธีการลดต้นขาให้ได้ผลและและไม่เกิดการหย่อนคล้อยของผิว นั้นไม่สามารถแก้ด้วยการทานผลิตภัณฑ์ลดความอ้วน หรือ การดูดไขมัน ต้องใช้วิธีการออกกำลังกายเพื่อให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้นเท่านั้น ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา การที่ต้นขา หรือ ขาใหญ่ ทำให้ผู้หญิงหลายๆ คนขาดความมั้นใจในตัวเอง

     การออกกำลังกายในการลดต้นขาต้องใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือนเพื่อให้กล้ามเนื้อที่ขาเข้ารูป ซึ่งอาจไม่ทันกับงานเร่งด่วน เช่น การออกงานต่างๆ ที่ต้องใส่กระโปรงสั้น ปัญหานี้เราสามารถปกปิด ขาหมูของเราโดยการใช้ถุงน่องขาเรียว ได้

  ถุงน่องขาเรียวคืออะไร
     ถุงน่องขาเรียว คือถุงน่องที่ได้รับการออกแบบมาโดยใช้เส้นใย ระดับนาโน  ถูกออกแบบเพื่อช่วยแรงบีบในการรัดขา เพิ่มตาม Gradient Compressio  ทำให้ขากระชับดูเล็กลง และยังป้องกันแสงแดดได้อีกด้วย
สนใจสอบถามข้อมูลถุงน่องขาเรียวได้ที่
Line:achi_jaa  หรือ Line:shopachi
Tel.080-158-5807
http://www.snailwhitebyachi.com/product/83/ถุงน่องขาเรียว-top-slim


เรามาดูรีวิว ถุงน่องขาเรียวกัน











วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2557

ซิงค์ในอาหารเสริมกำจัดสิวไอเน่

ปัจจุบันมีอาหารเสริมมากมายหลายหลายชนิด ซึ่งคุณสมบัติก็แต่กต่างกันวันนี้จะมาดูเรื่อง ซิงค์ หรือ สังกะสีที่อยู่ในอาหารเสริมไอเน่ ว่าช่วยลดอาการเกิดสิวได้จริงหรือไม่

สังกะสีหรือซิงค์ ร่างกายของเรานั้นไม่สามารถผลิตซิงค์เองได้ซึ่งมีผลการทดลองและวัยออกมาว่าซึงค์นั้น เป็นตัวช่วยเสริมการทำงานให้เอมไซม์ในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งร่างกายต้องการซิงค์ต่อวันประมาณ 40 มิลลิกรัม/วัน ซึ่งส่วนที่เกินก็จะถูกร่างกายขับออกทางปัสสาวะ ซิงค์นั้นยังถือเป็นตัวช่วยเสริมความสมดุลในร่างกาย และยังช่วยบำรุงผิวอีกด้วย

 เมื่อร่างกายขาดซิงค์จะเกิดอะไรขึ้น?
-ผิวหนังจะแห้ง เส้นผมหรือขนจะแตกปลายขาดง่าย
-ทำให้ผิวเกิดอาการแพ้ได้ง่าย หรือ อาจเกิดผื่นแดงขึ้นบริเวณผิวหนังอ่อน
-เกิดภาวะซึงเศร้า ขากสมาธิ หรือ อาจเกิอาการตาบอดแสง

แล้วซิงค์ช่วยรักษาสิวได้อย่างไร
คำถามนี้เป็นคำถามที่ถูกถามบ่อยมากเพราะเมื่อเราเข้าคลีนิกรักษาสิว แพทย์จะช่วยให้ซิงค์มารับทานเพิ่ม ซึ่งคุณสมบัติของซิงค์ที่เกี่ยวกับสิวมีดังนี้

- ซิงค์ในอาหารเสริมกำจัดสิวไอเน่จะมีคุณสมบัตในการต้านอนูมูลอิสระและต่อต้านแบคทีเรียซิง่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว
-ซิงค์ในอาหารเสริมลดสิวไอเน่จะช่วยทำให้การทำงานของต่อมไขมันใต้ผิวหนังทำงานสมดุลย์ คือผลิตน้ำมันมาเพื่อให้ความชุ่มชื่นกับผิวไม่มากและน้อยเกินไป
-ซิงค์ในai-naeช่วยต้านการอักเสบ ทำให้อาการักเสบของผิวลดลง
-ช่วยสมานแผล และเติมเต็มแผลที่เกิดจากสิวหลุม


ในไอเน่อาหารเสริมกำจัดสิวได้ใส สังกะสีคีเลท 75 มก. (9.38%) ให้สังกะสี 15 มก. ซึ่งสังกะสีคีเลทดีกว่าสังกะสีธรรมดาตรงที่ร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้ได้เร็วและดูุซึมได้ดีกว่า

โดยปกติในอาหารที่รับทานปกติก็จะมีซิงค์อยู่แล้วเช่นในเนื้อสัตว์ แต่สำหรับคนที่มีปัญหาสิวอาจได้รับซิงค์ไม่เพียงพอต่อความต้องการจึงควรเสริมด้วยอาหารเสริมที่มีซิงค์เป็นส่วนประกอบเพื่อในการลดการเกิดสิว

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.snailwhitebyachi.com

วันพุธที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2557

snail white syn-ake mist

snail white syn-ake mist 
สเนลไวท์ ซิน-เอค มิสท์

สเปรย์เอสเซนท์เข้มข้นเข้มข้นที่ได้จากสารสกัดจากเมือกหอยทาก และยังมีส่วนผสมของ อัลฟ่าอาร์บูติน  ซึ่งช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส และ ชุ่มชื่น ปรับผิวให้เรียบเนียน ยังช่วยลดเลือนริ้วรอย ให้ผิวกลับมาใสเด้ง เป็นธรรมชาติ 

สเนลไวท์ ซิน-เอค มิสท์ ใช้แล้วได้อะไร
  • เร่งการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ และกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่
  • ช่วยลดการเกิดเม็ดสี  เมลลานิน ทำให้ผิวขาว ใส ดูเป็นธรรมชาติ
  • ช่วยให้ผิวเนียน นุ่ม ใส น่าสัมผัส กระจ่างใส ไร้ริ้วรอย
  • ผิวหน้าดูเรียนเนียน ริ้วรอย ร่องลึกดูจางลง
  • ทำให้ผิวละเอียดขึ้น รูขุมขนเล็กลง
  • ผิวหน้าอิ่มน้ำ ดูสดใส เปล่งปลั่งสดชื่น
  • ช่วยให้เครื่องสำอางค์ที่แต่งหน้าติดทน นานตลอดวัน
snail white syn-ake mist  เหมาะกับใคร
  • ผู้ที่มีริ้วรอย รอบดำ รอยแดงที่เกิดจากสิว
  • ผิวหย่อนคล้อย และ มีรูขุมขนกว้าง
  • ผิวขาดการบำรุง ไม่เรียบเนียน ผิวเหี่ยวย่น
  • ผิวหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใส
สามารถใช้ได้กับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย และยังใช้ได้กับผู้ที่มีผิวมัน หรือ ผิวผสม

 ราคาเพียง 990 บาท

ลูกค้าราคาส่ง ทัก Line มาได้เลยจ้าาา Line:achi_jaa


ประวัติวันวาเลนไทน์

วันวาเลนไทน์ หลายๆคนคงตั้งตารอว่าจะมีใครเอาดอกกุหลาบมาให้ รึเปล่า ซึ่งวันวาเลนไทน์หลายๆคนเข้าใจว่าเป็นวันที่เราจะแสดงความรักออกมาให้คนที่เรารักรับรู้ แล้วทราบหรือไม่ว่าวันวาเลนไทน์มี ประวัติความเป็นมาอย่างไร

ประวัติดั้งเดิมของ วันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็น วันแห่งความรัก เกี่ยวพันทั้งกับประเพณีของชาวคริสเตียน และประเพณีดั้งเดิมของชาวโรมัน ที่สืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนาน ตามความรับรู้ของชาวคริสต์ วันวาเลนไทน์ มีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับนักบุญที่ชื่อ วาเลนไทน์ หรือ วาเลนตินัส อย่างน้อย 3 คน ซึ่งทุกคนเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์ทั้งสิ้น
ตำนานหนึ่งเล่าว่า วาเลนไทน์ เป็นนักบวชที่มีชีวิตอยู่ในกรุงโรม ในช่วงศตวรรษที่ 3 ของปีคริสตศักราช ในช่วงที่จักรพรรดิ คลอดิอุส 2 ปกครองกรุงโรม พระองค์เห็นว่า ผู้ชายที่เป็นโสด จะทำหน้าที่ทหารได้ดีกว่าชายที่มีภรรยาและครอบครัว พระองค์จึงทรงออกกฎหมายห้ามมิให้ผู้ชายในวัยหนุ่มแต่งงาน เพื่อที่จะกะเกณฑ์ชายหนุ่มที่ยังไม่แต่งงานเหล่านี้มาเป็นทหาร นักบวช วาเลนไทน์ ไม่เห็นด้วยกับจักรพรรดิ คลอดิอุส และเห็นว่าเป็นกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม จึงยังคงลักลอบทำพิธีแต่งงานให้กับคนหนุ่มสาวที่มีความรักต่อไป เมื่อการกระทำของ นักบวชวาเลนไทน์ ล่วงรู้ถึงหูของจักรพรรดิ คลอดิอุส พระองค์จึงสั่งให้จับกุมและให้ประหาร นักบวชวาเลนไทน์ เสีย
อีกตำนานหนึ่งเล่าว่า นักบวชวาเลนไทน์ ถูกประหารเพราะพยายามที่จะช่วยเหลือชาวคริสเตียนให้หนีออกจากคุกของพวกโรมัน ซึ่งเวลานั้น ผู้ที่เป็นคริสเตียนจะมีความผิด ต้องถูกนำไปคุมขัง และทรมานด้วยการเฆี่ยนตี
ตำนานที่สามเล่ากันว่า นักบวช วาเลนไทน์ คือผู้ที่ส่ง บัตร “ วาเลนไทน์ ” เป็นคนแรก ในขณะที่นักบวช วาเลนไทน์ ถูกจำคุกอยู่นั้น เขาตกหลุมรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง นางเป็นลูกสาวของผู้คุมที่คุกแห่งนั้น ซึ่งนางเข้าไปเยี่ยมในระหว่างที่นักบวชผู้นี้กำลังนอนป่วย ก่อนที่จะถูกประหาร เขาได้เขียนจดหมายฉบับหนึ่งถึงนาง และลงท้ายจดหมายว่า “ จาก วาเลนไทน์ ของเธอ ” ซึ่งเป็นวลีที่ยังใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าความจริงเกี่ยวกับนักบวช วาเลนไทน์ จะเป็นตำนานที่ค่อนข้างสับสน แต่ทุกตำนานก็เป็นเรื่องของความเห็นอกเห็นใจในเพื่อนมนุษย์ ความกล้าหาญ และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของ ความรัก จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ในยุคกลางของยุโรป(ประมาณศตวรรษที่ 5 ถึงศตวรรษที่ 16 ของปีคริสตศักราช) นักบุญ วาเลนไทน์ จะเป็นหนึ่งในนักบุญที่ได้รับความศรัทธามากที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอังกฤษและฝรั่งเศส
ขณะที่บางคนเชื่อว่า วันวาเลนไทน์ คือวันรำลึกถึงการเสียชีวิต หรือวันทำพิธีฝังศพของนักบุญ วาเลนไทน์ ในกลางเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งอาจจะเริ่มมาตั้งแต่ประมาณปีคริสตศักราช 270 ในบางความเชื่อกล่าวว่า พิธีแสดงความรักต่อนักบุญ วาเลนไทน์ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นประเพณีที่เพื่อแสดงความเป็น คริสเตียน ของนักบวชในศาสนาคริสต์ เพื่อที่จะมาทดแทนเทศกาล ลูเปอร์คาเลีย (Lupercalia) ของชาวโรมันในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่แสดงความรักต่อเทพเจ้าฟอนนัสของชาวโรมัน ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งเกษตรกรรม และเทพเจ้ารอมมิวนัส และเทพเจ้าเรมัส เทพเจ้าผู้สร้างกรุงโรม
พิธีเริ่มต้นโดยพวกสมาชิกของ ลูเปอร์ซิ และนักบวชโรมัน ไปชุมนุมกันที่ถ้ำอันศักดิ์ของพวกเขา ซึ่งเป็นที่กำเนิดของเทพเจ้า รอมมิวนัส และ เรมัส ที่เชื่อกันว่าเป็นผู้สร้างกรุงโรม และเติบโตขึ้นจากการเลี้ยงดูและดื่มนมจากหมาป่า หรือ ลูปา พวกนักบวชโรมันจะทำการฆ่าแพะบูชายัญเพื่อความอุดมสมบูรณ์ และฆ่าสุนัขบูชายัญเพื่อความบริสุทธิ์
จากนั้นเด็กหนุ่ม ๆ จะทำการแล่หนังของแพะออกเป็นชิ้นยาว ๆ นำไปจุ่มในเลือดศักดิ์สิทธิ์ ถือไปตามถนน นำไปแตะที่ตัวผู้หญิง และถือไปตามท้องไร่ท้องนาต่าง ๆ ผู้หญิงโรมันจะเต็มใจให้นำเอาหนังแกะสดที่ชุ่มไปด้วยเลือดมาแตะตามตัว เพราะเชื่อว่าจะนำเอาความอุดมสมบูรณ์มาสู่กรุงโรม จากนั้นในรุ่งขึ้นอีกวัน หญิงสาวชาวเมืองจะพากันเอาชื่อของนางใส่ลงในหม้อขนาดใหญ่ เพื่อให้ชายโสดทั้งหลายมาเลือกชื่อพวกนางจากหม้อใบนี้ และก็เป็นคู่กันไปตลอดทั้งปี ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะลงเอยด้วยการแต่งงานกัน สันตะปาปา เกลาเซียส ได้ประกาศเอาวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันนักบุญวาเลนไทน์ เมื่อประมาณปีคริสตศักราช 498 การเลือกคู่แบบโรมัน กลายเป็นสิ่งที่ “ ไม่ใช่คริสเตียน ” และผิดกฎ ต่อมาในสมัยยุคกลางของยุโรป ได้กลายเป็นความเชื่อของคนในอังกฤษและฝรั่งเศสว่า 14 กุมภาพันธ์ เป็นการเริ่มต้นฤดูผสมพันธุ์ของ “ นก ” แล้วก็กลายเป็น วันวาเลนไทน์ ซึ่งเป็น วันแห่งความรัก
เรื่องราวของ วาเลนไทน์ ที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งยังมีหลักฐานหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน คือบทกวีที่เขียนโดย ชาร์ลส ขุนนาง แห่ง ออร์ลีนส์ ซึ่งเขียนให้กับภรรยาของเขาขณะถูกคุมขังในหอคอยกรุงลอนดอน เนื่องจากถูกจับกุมในระหว่างสงคราม อะจินคอร์ต บทกวีชิ้นนี้เขียนขึ้นเมื่อปีคริสตศักราช 1415 ถูกเก็บไว้ในห้องสมุด บริติช แห่งกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และหลายปีต่อมา เชื่อกันว่า พระเจ้าเฮนรี่ที่ 5 ได้จ้างวานให้กวีที่ชื่อ จอห์น ไลด์เกต ประพันธ์บทกวี วาเลนไทน์ ให้กับ แคทเธอรีน แห่ง วาโลอิส ในอังกฤษ เทศกาล วันวาเลนไทน์ ได้รับความนิยม มาตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 17 ของปีคริสตศักราช
คิวปิด หรือ กามเทพ ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรักของชาวโรมัน ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ อันหนึ่งของ วันวาเลนไทน์ เนื่องจาก คิวปิด เป็นบุตรของเทพธิดา วีนัส ซึ่งเป็นเทพธิดาแห่งความรัก และความงามของชาวโรมัน และมักจะปรากฏอยู่บน บัตรอวยพร วันวาเลนไทน์ อยู่เสมอ
กลางศตวรรษที่ 18 เป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับผู้ที่เป็นคนรักกัน หรือ แม้แต่มิตรสหาย ทุกชั้นชน ที่จะแลกเปลี่ยนของขวัญชิ้นเล็ก ๆ หรือส่งจดหมายถึงกัน
จนถึงยุคปัจจุบัน ก็ได้กลายเป็นการส่งบัตรอวยพร การซื้อของขวัญ และการมอบขนมและช็อกโกแลต ให้แก่กัน และจนถึงวันนี้การส่งอีเมล์ และ เอสเอ็มเอส เพื่ออวยพรเนื่องใน วันวาเลนไทน์ ก็อาจจะเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมสูงสุดอีกสื่อหนึ่ง
สถิติของยุโรปและอเมริกา พบว่า ประมาณร้อยละ 85 ของผู้ที่ใช้จ่ายเพื่อ วันวาเลนไทน์ จะเป็นสตรี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องของ บัตรอวยพร ซึ่งก็ไม่ได้จำกัดว่าจะเป็นการอวยพรเฉพาะคู่รักเท่านั้น เพราะในวันวาเลนไทน์นี้จะสามารถแสดงออกความรักต่อใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัว เพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งเพื่อนร่วมงาน